17 เมษายน 2569

“รมต.สันติ” ห่วงราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคผันผวน กำชับผู้ว่าฯทั่วประเทศคุ้มครองผู้บริโภค หลังคิกออฟ 6 มาตรการช่วยเหลือประชาชน

image

วันที่ 9 มีนาคม 2569 ณ ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นประธานการประชุมผ่านระบบออนไลน์ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ทั้ง 76 จังหวัดในฐานะประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัด เพื่อขับเคลื่อนมติคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคสู่การปฏิบัติจริงในระดับพื้นที่ พร้อมกำชับทุกจังหวัดยกระดับการเฝ้าระวังและคุ้มครองสิทธิของประชาชนอย่างเข้มข้น


นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางซึ่งไม่รู้ว่าจะคลี่คลายเมื่อใด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แสดงความเป็นห่วงและมอบหมายให้ตนเองดูแลเรื่องที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยเฉพาะราคาสินค้าและบริการผันผวน และเปิดช่องให้เกิดการฉวยโอกาสเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคได้


“ทองคำเป็นสินค้าที่ประชาชนให้ความสนใจลงทุนมากขึ้นในช่วงนี้ แม้ราคาทองคำมีความผันผวนอย่างรวดเร็ว จึงขอมอบนโยบายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านทองที่อาจทำการเอาเปรียบผู้บริโภค และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหูเป็นตา และคอยสอดส่องร้านทองที่ทำธุรกิจไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภค” นายสันติกล่าวพร้อมย้ำว่า การคุ้มครองผู้บริโภคไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุ แต่ต้อง “เดินเกมเชิงรุก” เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเอาเปรียบประชาชนตั้งแต่ต้นทาง โดยรัฐบาลได้กำหนด 6 มาตรการเร่งด่วน เพื่อยกระดับการดูแลผู้บริโภคทั่วประเทศ ได้แก่


1. เปิดโหมดรับเรื่องร้องทุกข์เร่งด่วน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพิ่มสายด่วนรับเรื่องร้องทุกข์อีก 10 คู่สาย เพื่อให้ประชาชนสามารถแจ้งปัญหาได้รวดเร็ว และได้รับการช่วยเหลือทันสถานการณ์


2. ลุยตรวจผู้ประกอบธุรกิจทั่วประเทศ เพิ่มความถี่ในการลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในชีวิตประจำวัน พร้อมเฝ้าระวังการโฆษณาที่อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดจนเกิดการกักตุนสินค้า หรือซื้อสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม รวมทั้งเข้มงวดตรวจสอบฉลากสินค้าและหลักฐานการซื้อขายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เช่น ข้าวสารบรรจุถุง และถังก๊าซหุงต้ม ตลอดจนการควบคุมผู้ประกอบธุรกิจให้บริการเช่าที่พักอาศัย ไม่ให้คิดอัตราค่าสาธารณูปโภคสูงเกินไป เช่น ค่าไฟฟ้าอัตราสูงสุดไม่เกิน 4.88 บาท ต่อหน่วยการใช้ 


3. ร้านค้าต้องเปิดทางเลือกการจ่ายเงิน ขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้ผู้บริโภคสามารถชำระเงินได้หลายช่องทาง ทั้งเงินสด บัตรเครดิต และการโอนผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหากระบบสื่อสารหรือพลังงานเกิดขัดข้อง


4. ซื้อออนไลน์ต้องปลอดภัย แนะนำให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่จดทะเบียนตลาดแบบตรงกับ สคบ. โดยเฉพาะสินค้ามูลค่าสูง เช่น เครื่องประดับ ทองคำ หรือบริการลงทุน เพื่อให้สามารถแก้ไขข้อพิพาทได้อย่างเป็นธรรม


5. คุมเข้มการซื้อขายทองคำ เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลฉลากทองคำรูปพรรณ และบูรณาการกับหน่วยงานด้านราคาสินค้าเพื่อป้องกันการฉวยโอกาสจากความผันผวนของตลาดโลก


6. เร่งสร้างภูมิคุ้มกันผู้บริโภค เดินหน้าประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้เท่าทันสิทธิของตนเอง ทั้งเรื่องราคา คุณภาพ และมาตรฐานสินค้าและบริการ เพื่อให้สามารถตัดสินใจบริโภคได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย

นอกจากมาตรการทั้ง 6 ข้อแล้ว ยังมีแผนปฏิบัติการบูรณาการระดับประเทศ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ร่วมกันขับเคลื่อนมาตรการดังกล่าวอย่างจริงจังในระดับพื้นที่ พร้อมพิจารณาเพิ่มช่องทางรับเรื่องร้องทุกข์ของประชาชนตามบริบทของแต่ละจังหวัด 
 

ภาพข่าว

ข่าวล่าสุด

“ร้านยากรุงเทพ” เดินหน้าจัดงาน “วิ่งให้โอกาส 2026” รวมพลังนักวิ่งสายบุญ ส่งต่อชีวิต มอบรายได้ช่วยห้องฉุกเฉิน รพ.สระบุรี

“ร้านยากรุงเทพ” เดินหน้าจัดงาน “วิ่งให้โอกาส 2026” รวมพลังนักวิ่งสายบุญ ส่งต่อชีวิต มอบรายได้ช่วยห้องฉุกเฉิน รพ.สระบุรี

สคบ. ผนึกกำลังออสเตรเลีย (ACCC) อัปสกิลสืบสวนคดีออนไลน์ ยกระดับเกราะป้องกันผู้บริโภคยุคดิจิทัล

สคบ. ผนึกกำลังออสเตรเลีย (ACCC) อัปสกิลสืบสวนคดีออนไลน์ ยกระดับเกราะป้องกันผู้บริโภคยุคดิจิทัล

“สันติ ปิยะทัต”ลุยตรวจร้านทองย่านเยาวราช ย้ำฉลากทองต้องชัด สร้างความมั่นใจผู้บริโภค

“สันติ ปิยะทัต”ลุยตรวจร้านทองย่านเยาวราช ย้ำฉลากทองต้องชัด สร้างความมั่นใจผู้บริโภค