17 เมษายน 2569

“ธนาคารจิตอาสา” ประกาศยุทธศาสตร์การทำงาน “เดือนการฟังแห่งชาติ ปี 2569” ดันองค์กรต้นแบบ สร้างสังคมแห่งการรับฟังอย่างยั่งยืน

image

เดือนพฤศจิกายนของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น “เดือนการฟังแห่งชาติ” เพื่อกระตุ้นให้สังคมไทยตระหนักถึงความสำคัญของ “การฟัง” ทักษะพื้นฐานที่ช่วยคลี่คลายปัญหา สร้างความเข้าใจ และฟื้นฟูความสัมพันธ์ในทุกระดับ   

ซึ่งในปี 2569 นี้ นับเป็นปีที่ 3 ของการขับเคลื่อนการทำงานอย่างเข้มข้นต่อเนื่องโดย ธนาคารจิตอาสาและความสุขประเทศไทย ได้ประกาศ “ยุทธศาสตร์การทำงาน” สำหรับเดือนการฟังแห่งชาติ ที่มุ่งยกระดับจากการรณรงค์เชิงกิจกรรม ไปสู่การสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ผ่านองค์กรต้นแบบและการถอดบทเรียนความสำเร็จ โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่ายสุขภาวะทางปัญญา ที่ร่วมกันผลักดันให้ “การฟัง” ให้เป็นปัจจัยสำคัญของการแก้ไขปัญหาความสัมพันธ์ ความขัดแย้ง และการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเกื้อกูล


จากความสำเร็จในปีที่ผ่านมา ที่มีหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน โรงเรียน โรงพยาบาล และองค์กรภาคประชาสังคมกว่า 150 แห่ง องค์กรบางแห่งจัดกิจกรรมส่งเสริมการฟังมากกว่า 50 ครั้ง สามารถสร้างพื้นที่การเรียนรู้และการมีส่วนร่วมได้อย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนให้เห็นว่าการฟังเป็นสิ่งที่ “ทำได้จริง และเข้าถึงได้”  

 โดย ดร.สรยุทธ รัตนพจนารถ ผู้อำนวยการร่วมธนาคารจิตอาสา เปิดเผยยุทธศาสตร์การทำงานในปี 2569  ว่า “เราจะมุ่งเน้นให้องค์กรต่างๆ ลงมือทำเรื่องการฟังอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จนเกิดเป็นองค์กรต้นแบบที่ทำเรื่องการฟังอย่างเป็นรูปธรรม จนกลายเป็นกรณีศึกษาที่จับต้องได้ จากนั้นจะนำบทเรียน ปัจจัยความสำเร็จ และแนวทางการทำงาน มาถอดองค์ความรู้เพื่อขยายผลต่อให้สังคมได้ใช้เป็นทางออกของปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ โดยบทบาทของธนาคารจิตอาสาคือการทำหน้าที่ Empower สร้างความตระหนักรู้และช่วยให้ทุกคนเห็นว่าพวกเขามีศักยภาพในการฟังอยู่แล้ว เพียงแค่ต้องฝึกฝนและพัฒนา ผ่านการสนับสนุนองค์ความรู้ กระบวนการ เครื่องมือที่หลากหลาย เข้าถึงง่าย เช่น การ์ดเกม บทเรียนออนไลน์ ที่ให้ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถเข้าถึงการเรียนรู้การฟังได้ รวมถึงการเชื่อมโยงเครือข่าย เพื่อเสริมพลังให้องค์กรและชุมชนสามารถออกแบบพื้นที่การฟังที่เหมาะสมกับบริบทของตนเอง” 


ทางด้าน นายวิเศษ บำรุงวงศ์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาทาเลนต์ ธนาคารจิตอาสา กล่าวเสริมว่า ในปี 2569 การขับเคลื่อนเดือนการฟังแห่งชาติจะมุ่งเน้นการทำงานเชิงลึก ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้าง วัฒนธรรมการฟัง อย่างยั่งยืน 

“เราเห็นตัวอย่างที่ชัดเจนจากกรณีของโรงพยาบาลขามทะเลสอ ที่เพียงเพิ่มเวลาในการรับฟังผู้ป่วยอีก 5 นาที ก็สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกทั้งต่อผู้ป่วยและบุคลากรได้อย่างเป็นรูปธรรม นี่คือหลักฐานว่าการฟังสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง หากการฟังถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบงาน และถูกผลักดันให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคล การฟังเป็นทักษะที่เกี่ยวข้องกับทุกมิติของการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การอยู่ร่วมกับครอบครัว หรือความสัมพันธ์ทางสังคม เพียงแต่ต้องมีการเสริมทักษะการฟังที่มีคุณภาพเข้าไปอย่างตั้งใจ  โดยมุ่งไปที่กลุ่มเป้าหมายในหลายภาคส่วน อาทิ ภาคการศึกษา ที่จะพัฒนาโรงเรียนต้นแบบด้านวัฒนธรรมการฟัง เพื่อเป็นตัวอย่างและขยายผลไปยังโรงเรียนอื่นๆ ภาครัฐ โดยการทำงานที่มุ่งเน้นเสริมทักษะการฟังให้ข้าราชการสามารถรับฟังประชาชนได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงภาคเอกชน ซึ่งจะอาศัยเครือข่ายภาคีที่มีอยู่ร่วมกันขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ในปีนี้เรายังให้ความสำคัญกับกลุ่มพ่อแม่ผู้ปกครอง ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการปลูกฝังวัฒนธรรมการฟังในครอบครัว ทั้งระหว่างพ่อแม่กับลูก และสมาชิกในครอบครัว ซึ่งก็จะครบตลอดเส้นทางชีวิตประจำวันของคนในสังคม ตั้งแต่ครอบครัว โรงเรียน ที่ทำงาน หากเรามีแบบอย่างที่ดีในการรับฟังอยู่ในแต่ละพื้นที่ของชีวิต จะนำไปสู่การพัฒนาสุขภาวะทางปัญญาและความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาว”


ขณะที่ นายโชติศักย์ กิจพรยงพันธ์ หัวหน้าฝ่ายความร่วมมือ ธนาคารจิตอาสา กล่าวถึงความท้าทายของการขับเคลื่อนงานด้านการฟังว่า  “ในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน การสร้างวัฒนธรรมการรับฟังถูกมองว่าเป็นเรื่องที่ต้องลงแรงและยังวัดผลระยะสั้นไม่ได้ แต่งานวิจัยและสิ่งที่เราเห็นในองค์กรที่เข้าร่วมบอกตรงกันว่า การรับฟัง แม้จะเป็นกิจกรรมเล็กๆ ก็ทำให้องค์กรรับมือวิกฤตได้ดีขึ้น พนักงานมีสุขภาวะที่ดีขึ้น นำไปสู่ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้นได้จริง นอกจากนี้ อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญในยุคปัจจุบันคืออิทธิพลของสื่อสังคมออนไลน์และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ที่ทำให้หลายคนหันไปพึ่งพาเอไอในฐานะผู้รับฟัง ซึ่งส่วนตัวมองว่าเอไอจะสามารถโต้ตอบแสดงความเห็นอกเห็นใจได้ แต่สิ่งที่เอไอทำไม่ได้คือการเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกที่ไม่ได้ถูกพูดออกมา การพึ่งพาเอไอมากเกินไป อาจทำให้ผู้คนขาดภูมิคุ้มกันต่อความขัดแย้ง เพราะคุ้นชินกับการได้ยินแต่สิ่งที่ถูกใจ นี่จึงเป็นความท้าทายสำคัญของการทำงานการฟังในยุคของเทคโนโลยี ที่ทีมต้องทำงานอย่างหนักเพื่อให้การฟังเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เพราะเราเชื่อว่าการฟังคือคำตอบสำคัญของความขัดแย้งและความไม่เข้าใจในทุกระดับ ตั้งแต่ครอบครัว ชุมชน ไปจนถึงภาพรวมระดับประเทศ”

ข่าวล่าสุด

“ร้านยากรุงเทพ” เดินหน้าจัดงาน “วิ่งให้โอกาส 2026” รวมพลังนักวิ่งสายบุญ ส่งต่อชีวิต มอบรายได้ช่วยห้องฉุกเฉิน รพ.สระบุรี

“ร้านยากรุงเทพ” เดินหน้าจัดงาน “วิ่งให้โอกาส 2026” รวมพลังนักวิ่งสายบุญ ส่งต่อชีวิต มอบรายได้ช่วยห้องฉุกเฉิน รพ.สระบุรี

สคบ. ผนึกกำลังออสเตรเลีย (ACCC) อัปสกิลสืบสวนคดีออนไลน์ ยกระดับเกราะป้องกันผู้บริโภคยุคดิจิทัล

สคบ. ผนึกกำลังออสเตรเลีย (ACCC) อัปสกิลสืบสวนคดีออนไลน์ ยกระดับเกราะป้องกันผู้บริโภคยุคดิจิทัล

“สันติ ปิยะทัต”ลุยตรวจร้านทองย่านเยาวราช ย้ำฉลากทองต้องชัด สร้างความมั่นใจผู้บริโภค

“สันติ ปิยะทัต”ลุยตรวจร้านทองย่านเยาวราช ย้ำฉลากทองต้องชัด สร้างความมั่นใจผู้บริโภค